“ซีดาน” กับสถานการณ์อันแหลมคม (1)

Photo of author

“ระหว่างผมกับ เรอัล มาดริด อนาคตยังคงคลุมเครือ”

เซร์คิโอ รามอส เปรยระหว่างงานแถลงเปิดละครชุดโทรทัศน์เนื้อหาเกี่ยวกับตัวเขาเอง ซึ่งทันทีที่ กัปตันทีมเรอัล มาดริด หลุดวาจาออกมา สัญชาตญาณฉับไวของ กีเญม บาลาก ผู้สื่อข่าว บีบีซี ก็ทำงานและสัมผัสว่านี่อาจเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับ ซีเนอดีน ซีดาน ยอดเทรนเนอร์ฝรั่งเศส

ปราการหลังทีมชาติสเปน สวมเครื่องแบบสีขาวมาแล้ว 14 ฤดูกาล ชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย ขณะนี้สัญญาฉบับปัจจุบันของเขาเหลือระยะเวลาอีกเพียง 2 ปี และยังไร้วี่แววที่จะขยายเพิ่ม และจากนี้ไปคือกระบวนการคิดของ ซินญอร์ บาลาก

เมื่อราว 1 ปีก่อน ซีเนอดีน ซีดาน ประกาศอำลาเรอัล มาดริด หลังนำมหาอำนาจชุดขาวครองบัลลังก์ราชายุโรป ทว่าจากความตกต่ำในยุค ฆูเลน โลเปเตกี ต่อเนื่องถึง ซานติอาโก โซลารี ที่รับงานต่อจากเขา ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องดึงอัจฉริยะผู้นี้กลับมาหวังให้ช่วยคลี่คลายวิกฤติ

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างดูยังไม่เข้าร่องเข้ารอย ตั้งแต่กลับมาถิ่น ซานติอาโก เบอร์นาบิว กุนซือรายนี้นำสโมสรเก็บชัยได้ต่ำกว่าร้อยละ 50 นับเฉพาะใน ลา ลีกา ฤดูกาลนี้ 4 นัดแรก ยิงได้ 9 ประตู แต่โดนกะซวกไป 6 แผล เป็นผลงานที่เข้าขั้น “เหวอะหวะ”

จริงอยู่ว่ายังเกาะกลุ่มนำ โดยตามหลังเพียง เซบีญา, แอตเลติโก มาดริด และอยู่เหนือ “แชมป์เก่า” บาร์เซโลนา แต่การเสียประตูมากขนาดนั้นนับว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะ 2 สัปดาห์ นับจากนี้พวกเขาต้องดวลกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในสมรภูมิยุโรป แถมต้องชน แอตเลติโก มาดริด, เซบีญา แบบต่อเนื่องใน ลา ลีกา

รวมทั้งผลงานสุดบู่ ในเกมที่ลูกทีมของ “ซิซู” พ่ายต่อมหาอำนาจของเมืองน้ำหอมอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง คา “ปาร์ค เดอส์ แปรงซ์” 0-3 หมดลายมหาอำนาจลูกหนังของยุโรป ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรกของกลุ่มเอ

แต่เรื่องราวของ เรอัล มาดริด มันมีอะไรมากกว่าในสนาม เพราะที่นี่เหมือนโรงละครใหญ่ หลากหลายด้วยการสมคบคิด เล่ห์เหลี่ยม และชั้นเชิง

ซีเนอดีน ซีดาน บุคลิกที่ชัดเจนว่าหากเดินหน้าแล้วจะไม่ยอมถอยหลังเด็ดขาด เป็นคนที่พร้อมแตกหักแต่จะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา ด้วยเชื่อว่าเขาคือคนกำหนดอนาคตของตนเอง อย่างไรก็ตาม

ตอนนี้ไม่แน่ว่า ซีดาน กำลังตกอยู่ในอันตรายจาก ฟลอเรนติโน เปเรซ คนที่ไปเชิญเขามาเอง

หลังการผงาดแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อน ซีเนอดีน ซีดาน ตระหนักดีว่านี่คือช่วงเหมาะสมที่จะก้าวลงจากตำแหน่งอย่างยิ่งใหญ่หลังจบฤดูกาลกาล 2018-2019 ถึงกระนั้นครอบครัว ซีดาน ยังคงพำนักในนครมาดริด ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด จึงไม่ต้องใช้เวลานานในการกล่อมอดีตกุนซือรายนี้ให้เข้ามาช่วยฉุดดึงสโมสรก่อนสถานการณ์จะสายเกินแก้ไข

เชื่อกันว่า ท่านประธาน เปเรซ ตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจาก ซีดาน หลังล้มเหลวในการพยายามทาบทาม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ผู้จัดการของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ รวมทั้งการจีบ อันโตนิโอ คอนเต อดีตเทรนเนอร์ เชลซี ที่ขณะนั้นว่างงานอยู่ด้วยซ้ำ โดยท่านประธานออกปากเลยว่าถ้า ซีดาน ไม่กลับมาช่วยสโมสร ก็จะเป็น โฆเซ มูรินโญ ที่กลับมาสู่ ซานติอาโก เบอร์นาบิว อีกคำรบ

ปลายฤดูกาล 2018-2019 ซีดาน จึงหวนคืน เรอัล มาดริด ถึงกระนั้นก็ทำได้แค่ช่วยประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้เลวร้าย โดยพาแชมป์เก่า (ขณะนั้น) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จบผลงานใน ลา ลีกา ตามหลัง บาร์เซโลนา แชมป์ฤดูกาลนั้นแบบห่างไม่เห็นฝุ่นกันถึง 17 คะแนน

เข้าสู่ฤดูกาลใหม่ภายใต้การนำทัพตั้งแต่เริ่มต้นของ ซีดาน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ รีล มาดริด คาดหวังเต็มเปี่ยมถึงโอกาสครั้งใหม่ ซึ่งตัวกุนซือเอง หนึ่งในเหตุผลที่ตัดสินใจยอมรับงานนี้ก็คือ ได้รับคำสัญญามั่นเหมาะจากปากท่านประธานว่า เพื่อช่วยให้งานของ ซีดาน ง่ายขึ้น พร้อมจะลำเลียงผู้เล่นสำคัญระดับ “Major Player” หลายรายมาเข้าสังกัด

ทว่าสุดท้ายที่ “Big Name” ก็มีเข้ามาเพียง เอแดน อาซาร์ จอมทัพทีมชาติเบลเยียม ที่ซื้อมาจาก เชลซี ดังนั้นสิ่งที่หลุดจากปาก ฟลอเรนติโน เปเรซ จึงใกล้เคียงกับ “หลอกลวง” มากกว่า “สัญญา” ที่เมื่อเอ่ยออกมาแล้วต้องรักษาไว้ให้ได้ และย่อมไม่แปลกที่จนถึงขณะนี้ รีล มาดริด อาการยังคงไม่ดีขึ้น

ลางร้ายของ ซีดาน เริ่มปรากฏ อาจยังดูพร่าเลือน แต่มันจะเห็นชัดขึ้นแน่นอนในตอนต่อไป

กัปตันโยฮัน

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากบทความ “Real Madrid: Is Zinedine Zidane struggling second time around?” โดยสำนักข่าว บีบีซี