สุธี คลองรั้ว – สาคร ขันทะสิทธิ์ 2 นักวีลแชร์เทนนิสจอมเก๋าทีมชาติไทย ขอเค้นประสบการณ์ทำผลงานกระหึ่มในพาราลิมปิกเกมส์ หนสุดท้ายในชีวิต ด้าน บรรจบ สุวรรณ นักวีลแชร์เทนนิสทีมชาติไทย ที่เพิ่งได้สิทธิ์ลุย “พาราลิมปิกเกมส์” หนแรก รับตื่นเต้น พร้อมหวังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใน “โตเกียวเกมส์” ให้ได้มากที่สุด

ด้านความเคลื่อนไหวของทีมวีลแชร์เทนนิสทีมชาติไทย ที่มีนักกีฬาได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน “พาราลิมปิกเกมส์ 2020” จำนวน 3 คน ประกอบด้วย สุธี คลองรั้ว (ชายเดี่ยว) บรรจบ สุวรรณ (ชายเดี่ยว) และ สาคร ขันทะสิทธ์ (หญิงเดี่ยว) ทั้งหมดเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครราชสีมา

สุธี คลองรั้ว

“สุธี คลองรั้ว” นักวีลแชร์เทนนิสทีมชาติไทย ประสบการณ์สูงที่ผ่านพาราลิมปิกเกมส์มาแล้วถึง 4 สมัย เปิดเผยถึงความพร้อมของตนเองว่า ในเวลานี้สภาพร่างกายรวมถึงสภาพจิตใจของตนเองถือว่าพร้อมแบบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว ได้มีโอกาสเก็บตัวอย่างต่อเนื่องเต็มที่มากว่า 2 ปี และคิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งนี้ ซึ่งน่าจะเป็นสุดท้ายของตัวเองแล้ว”
“ส่วนเป้าหมายในพาราลิมปิกเกมส์ในครั้งนี้ผมค่อนข้างตั้งใจ แต่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรสูง แต่ก็หวังจะสามารถทำผลงานให้ดีกว่าครั้งที่แล้ว นั้นคือผ่านเข้าสู่รอบสองให้ได้เป็นอย่างน้อย เพราะในการแข่งขันระดับพาราลิมปิกเกมส์ต้องยอมรับว่าทุกคนถือเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถสูง แพ้ชนะกันได้หมด ซึ่งตนเองหวังจะไม่เจอมืออันดับโลกที่เป็นตัวเต็งในรอบแรก ก็จะทำให้เรามีโอกาสทำผลงานผ่านเข้ารอบต่อได้ง่ายขึ้น”

บรรจบ สุวรรณ

ขณะที่ บรรจบ สุวรรณ นักวีลแชร์เทนนิสทีมชาติไทย เผยว่า นี่เป็นพาราลิมเกมส์ครั้งแรกในชีวิต ทำให้ไม่ได้ตั้งเป้าหมาย หวังเพียงแค่ว่าจะไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด ยอมรับเลยว่าตื่นเต้นมากๆ เพราะพาราลิมปิกเกมส์ เป็นแหล่งร่วมของนักกีฬาฝีมือดีแถวหน้าของโลก เลยไม่อยากตั้งความหวังให้กดดันตัวเองจนมากเกินไป แต่ก็จะทำหน้าที่ของตนเองอย่างสุดความสามารถในฐานะตัวแทนคนไทย

สาคร ขันทะสิทธ์

ด้าน สาคร ขันทะสิทธ์ นักวีลแชร์เทนนิสหญิงทีมชาติไทย ที่ผ่านมาพาราลิมปิกเกมส์มาถึง 5 สมัย นับตั้งแต่ปี 2000 ที่ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า จริงๆแล้วนี่คงเป็นพาราลิมปิกเกมส์ครั้งสุดท้ายแล้ว ทำให้ตนเองหวังที่จะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด เหมือนกลับพาราลิมปิกเกมส์หนแรกในปี 2000 ที่เคยเข้าไปถึงรอบ 8 คนสุดท้ายมาแล้ว ทำให้ตนก็หวังว่าจะใช้ประสบการณ์จาก 5 ครั้งที่ผ่านมาเพื่อผลงานในพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งสุดท้ายอย่างเต็มที่

“อย่างไรก็ดีในฐานะตัวแทนนักกีฬาวีลแชร์เทนนิส พวกเราอยากขอบคุณ คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และคุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ที่ดูแลและสนับสนุนเราในทุกด้านเป็นอย่างดีตลอดมา ส่งผลให้พวกเราสามารถทำผลงานคว้าโควต้าไปเข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ได้อีกครั้ง สุดท้ายอยากให้แฟนกีฬาชาวไทยช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยไม่ใช่เฉพาะกีฬาวีลแชร์เทนนิส แต่รวมถึงนักกีฬาทุกประเภทด้วย และพวกเราจะทำหน้าที่ตัวแทนคนไทยในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งนี้อย่างเต็มที่เช่นกัน” สาคร กล่าว

สำหรับทีมวีลแชร์เทนนิสทีมชาติไทย จะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ในวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ตามเวลาประเทศไทย