“ทัพฉลามหนุ่ม-เงือกสาวพาราทีมชาติไทย” ลั่นพร้อมลุย “พาราลิมปิกเกมส์ 2020” หลังไม่มีรายการให้ลงแข่งขันมานานนับปี พร้อมตั้งเป้าหมายอย่างน้อยต้องมี 1 เหรียญ จาก “ชาคร แก้วศรี ในรายการ กบ 50 ม.ชาย คลาส SB2 ส่วน “น้องปิ่น” อัญชญา เกตุแก้ว เงือกสาวดาวรุ่งทีมชาติไทย ชี้มีโอกาสไปเก็บตัวถึงสหรัฐอเมริกา ได้เทคนิคการว่ายน้ำติดมือมาเพียบ ลั่นสู้เต็มเพื่อโอกาสเข้ารอบชิงไปลุ้นเหรียญรางวัล พร้อมขอบคุณ “พาราลิมปิกไทย” ที่ช่วยผลักดันจนทำให้ได้แข่งขันใน “โตเกียวเกมส์” ในครั้งนี้

ชาคร แก้วศรี

ความเคลื่อนไหวของทีมว่ายน้ำพาราทีมชาติไทย ซึ่งได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน “พาราลิมปิกเกมส์ 2020” ทั้งสิน 4 คน แบ่งเป็น นักกีฬาชาย 3 คน คือ ชาคร แก้วศรี, ภูชิต อิงชัยภูมิ, วรวิทย์ คำแก้ว และ นักกีฬาหญิง 1 คน คือ อัญชญา เกตุแก้ว โดยเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ที่ สระว่ายน้ำ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึก “พาราลิมปิกเกมส์ 2020” อย่างเต็มที่

ภูชิต อิงชัยภูมิ
ด้าน พญ.พรระวี เพียรผดุงรัชต์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนกีฬาว่ายน้ำคนพิการทีมชาติไทย เปิดเผยถึงความพร้อมของทีมว่ายน้ำพาราทีมชาติไทยว่า ที่ผ่านมานักกีฬาได้เก็บตัวฝึกซ้อมภายใต้โครงการ โรด ทู โตเกียว มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่จบ พาราลิมปิกเกมส์ 2016 เลยทันที ทำให้นักกีฬาทุกคนถือว่ามีความพร้อมความพร้อมเต็มที่ และทุกคนกระหายอยากลงแข่งขันแล้ว เพราะที่ผ่านมานักกีฬาของเราไม่สามารถออกไปแข่งขันในรายการต่างๆ ได้เลยในช่วงปีที่ผ่านมาเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19
วรวิทย์ คำแก้ว

“ส่วนเป้าหมายของทีมว่ายน้ำคนพิการทีมชาติไทย โดยเฉพาะ นักกีฬาชายของเราทั้ง 3 คน ถือว่ามีโอกาสลุ้นเหรียญด้วยกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ชาคร แก้วศรี, ภูชิต อิงชัยภูมิ และ วรวิทย์ คำแก้ว ที่ถือเป็นนักกีฬาที่มีแรงกิ้งติดอยู่ 1ใน 10 ของโลก ซึ่งหากถึงวันแข่งขัน นักกีฬาเราสามารถผ่านรอบคัดเลือกไปได้ เราก็เชื่อมั่นว่าทุกคนมีโอกาสติดเหรียญรางวัล”

หัวหน้าผู้ฝึกสอนว่ายน้ำพาราทีมชาติไทย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับนักกีฬาความหวังของเราที่มีโอกาสติดเหรียญรางวัลพาราลิมปิกเกมส์หนนี้มากที่สุด คือ ชาคร แก้วศรี ในรายการกบ 50 ม. ชาย คลาส SB 2 เพราะในรายการนี้ถือเป็นรายการถนัดของ “ชาคร” และเขาอยู่ในอันดับ 4 ของโลกทำให้เราตั้งความหวังในรายการนี้ไว้สูงที่สุดและน่าจะมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดด้วย

อัญชญา เกตุแก้ว

ขณะที่ “น้องปิ่น” อัญชญา เกตุแก้ว เงือกสาวพาราดาวรุ่งทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ในพาราลิมปิกเกมส์ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองของตนเองแล้ว ทำให้ตั้งเป้าหมายไว้ค่อนข้างสูง เพราะการได้ลงแข่งขันเพียงรายการเดียว คือ ฟรีสไตล์ 100 ม. และที่ผ่านมามีโอกาสเดินทางไปฝึกซ้อมประเทศสหรัฐอเมริกาแต่โชคร้ายมีโควิดระบาดหนัก ทำให้ต้องกลับมาซ้อมที่ประเทศไทย อย่างไรก็ดีเราได้เทคนิคต่างๆมามากพอสมควร ทำให้ครั้งนี้ตนเองพร้อมสู้เพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด เพื่อเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ และมีโอกาสลุ้นเหรียญรางวัลให้ได้

“อย่างไรก็ดีต้องขอบคุณ คณะกรรมการพาลิมปิกแห่งประเทศไทย และคุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ที่ให้การสนับสนุน และผลักดันจนทำให้ได้เข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์อีกครั้ง และขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ของนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างเต็มที่ สุดท้ายอยากขอกำลังใจจากพี่น้องชาวไทยทุกคนช่วยเป็นกำลังให้กับทีมว่ายน้ำพาทีมทีมชาติไทย และนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยด้วยนะคะ” น้องปิ่น กล่าว

สำหรับรายการที่นักกีฬาว่ายน้ำพาราทีมชาติไทย ทั้ง 4 คน จะลงชิงชัยใน พาราลิมปิกเกมส์ 2020 มีดังนี้

ชาคร แก้วศรี ลงแข่งขัน 4 รายการ
ฟรีสไตล์ 50 ม. ชาย คลาส S3
กบ 50 ม. ชาย คลาส SB2
กรรเชียง 50 ม. ชาย คลาส S3
เดี่ยวผสม 150 ม. ชาย คลาส SM3

ภูชิต อิงชัยภูมิ ลงแข่งขัน 3 รายการ
ฟรีสไตล์ 100 ม. ชาย คลาส S5
ฟรีสไตล์ 200 ม. ชาย คลาส S5
ฟรีสไตล์ 50 ม. ชาย คลาส S5

วรวิทย์ คำแก้ว ลงแข่งขัน 1 รายการ
กบ 100 ม.ชาย คลาส SB4

อัญชญา เกตุแก้ว ลงแข่งขัน 1 รายการ
ฟรีสไตล์ 100 ม. หญิง คลาส S9

ทั้งนี้ทีมว่ายน้ำพาราทีมชาติไทย จะออกเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 17 สิงหาคม 2564 สำหรับทีมว่ายน้ำคนพิการไทย ถือเป็นกีฬาที่เคยประสบความสำเร็จในการแข่งขัน พาราลิมปิก เกมส์ มาหลายสมัย โดยเริ่มจาก ในปี 1996 ที่แอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา พนม ลักษณะพริ้ม คว้าเหรียญทองแดง ได้สำเร็จ ต่อด้วยปี 2000 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย สมชาย ดวงแก้ว ทำ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ สายฝน แก้วศรี ได้เหรียญทองแดง จากนั้น ในปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ สมชาย ดวงแก้ว ได้ 2 เหรียญเงิน และ อีก 2 เหรียญทองแดง จาก พนม ลักษณะพริ้ม, สานิตย์ สงค์นอก