ในตอนนี้ทั่วโลกต่างเผชิญกับปัญหาความรุนแรงของไวรัส “COVID-19”

แต่เมื่อย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 100 ปี (1918-1920) ทั่วโลกได้รู้จักกับ “ไข้หวัดใหญ่สเปน” หรือ “Spanish Flu” ที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 50-100 ล้านคนทั่วโลก หรือ คิดเป็น 3 ใน 5 ของประชากรโลก

นื่คือโรคระบาดที่มีคนเสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่งประวัติศาสตร์โลก ขณะที่ไวรัส “COVID-19” กำลังเริ่มต้นปฏิบัติการ “เอาคืน” สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “มนุษย์” แทนธรรมชาติ

จากข้อมูลของ องค์การอนามัยโลก หรือ “WHO” ได้ระบุว่า “COVID-19” เป็นไวรัสสายพันธุ์กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง 2 ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Severe acute respiratory syndrome coronavirus 2” และชื่อเดิมที่เคยใช้และรู้จักกันดีคือ “โคโรนาไวรัสสายพันธ์ใหม่ 2019” หรือ “ไวรัสอู่ฮั่น” หรือ “ไวรัสปอดอักเสบอู่ฮั่น” ตามแหล่งกำเนิดเริ่มต้นของไวรัสชนิดนี้นั่นเอง

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2020 องค์การอนามัยโลกได้ระบุชื่อของโรคที่เกิดจากไวรัสชนิดนี้ว่า “COVID-19” ซึ่งย่อมาจาก “Coronavirus Disease 2019” ซึ่งเป็นไวรัสติดต่อที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ ที่เชื่อกันว่าสาเหตุของโลกมีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ โดยสันนิษฐานจากความคล้ายคลึงกับลำดับทางพันธุกรรมของไวรัส SARS และ โคโรนาไวรัสในค้างคาว

นี่คือข้อมูลของ “COVID-19” จากเอกสารทางการแพทย์ ที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่สุดในปัจจุบัน

สำหรับเรื่องราวในแวดวงกีฬา “COVID-19” มีพลังทำลายที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน เพราะการแพร่ระบาดแค่เพียง 3-4 เดือน ไวรัสมหากาฬสายพันธ์นี้ ทำให้วงการกีฬาทั่วโลกหยุดชะงัก และไม่สามารถแข่งขันต่อได้ ไล่ไปตั้งแต่ ฟุตบอล, บาสเก็ตบอล, อเมริกันฟุตบอล, ว่ายน้ำ และทุกชนิดกีฬาที่มีการแข่งขันทุกชาติทุกชนิดกีฬา จนทำให้การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” และ “โอลิมปิก เกมส์ 2020” ที่ประเทศญี่ปุ่น ต้องเลื่อนการแข่งขันออกไป 1 ปี

ฟุตบอลลีกยุโรป ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ 5 ลีกใหญ่ ได้แก่ พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, บุนเดสลีกา, กัลโช เซเรีย อา และ ลีก เอิง ได้รับผลกระทบกันทั่วหน้าโดยเฉพาะลีกที่ทำเงินได้สูงสุดอย่าง “พรีเมียร์ลีก”

ในรอบเดือนที่ผ่านมามีการพูดถึงการยุติการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก กันหลายครั้ง บางแหล่งข่าวบอกว่าฟุตบอลพรีเมียร์ลีก จำเป็นที่จะต้องยกเลิก บางแหล่งข่าวก็บอกว่ามันยุติไม่ได้ จนถึง ณ เวลานี้ ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไร

หน่วยงานที่ทำหน้าที่พิจารณาว่าฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจะยุติหรือจะแข่งขันต่อ นอกจาก เอฟเอ, พรีเมียร์ลีก และ ฟุตบอลลีก ยังมี 20 สโมสรสมาชิกจากพรีเมียร์ลีก ที่จะเป็นผู้ออกเสียงโหวตว่าจะแข่งขันต่อหรือหยุดแค่นี้ โดยจะยึดผลโหวต 14 เสียง จากจำนวนคะแนนเสียงทั้งหมด 20 สโมสร

ในตอนนี้ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ “เอฟเอ” ได้ประกาศโมฆะผลการแข่งขันฟุตบอลที่ต่ำกว่าเนชันแนล ลีก ออกไปแบบไม่มีกำหนด ทำให้ในตอนนี้ฟุตบอลอังกฤษเหลือแค่ พรีเมียร์ลีก, เดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ, ลีกวัน และ ลีกทู รวมทั้งเนชันแนล ลีก ที่ยังอยู่ในสภาวะระงับการแข่งขัน

เหตุผลง่าย ๆ ก็เพราะมันมีผลประโยชน์มากมายมหาศาลเกินกว่าจะที่ยกเลิกกันง่าย ๆ

มีการประเมินของสื่อดังจากอังกฤษ ระบุว่า ถ้าหากมีการโมฆะการแข่งขันจริง ๆ “พรีเมียร์ลีก” องค์กรที่ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษจะต้องจ่ายเงินในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 48,600 ล้านบาท ให้กับ 20 อรหันต์ในลีกสูงสุดของเมืองผู้ดี รวมทั้งค่าเสียหายที่ไม่สามารถจัดโปรแกรมการแข่งขันเพื่อถ่ายทอดฟุตบอลให้กับ “สกายสปอร์ต” และ “บีที สปอร์ต” ซึ่งเชื่อว่ามีการทำประกันความเสี่ยงที่จะแข่งขันไม่จบฤดูกาลรวมมูลค่า 762 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 20,874 ล้านบาท

ตามปรกติทุก ๆ ลีก ในยุโรปจะมีเงินประกันในเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้นจนไม่สามารถแข่งขันได้จบฤดูกาล แต่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ถือเป็นกรณีพิเศษ เพราะมูลค่าของวงเงินประกันต่ำกว่ามูลค่าทางการตลาดของลีก

อธิบายให้ฟังง่าย ๆ ก็คือ พรีเมียร์ลีก ทั้งระบบจะสูญเสียรายได้อย่างน้อยถึง 1,200 ล้านปอนด์ ถึงแม้จะมีเงินประกันช่วย 762 ล้านปอนด์ พวกเขาก็ยังขาดทุนอยู่ดี แต่ถ้าหากว่าพรีเมียร์ลีก ทำให้การแข่งขันจบลงได้ไม่ว่าจะเป็นเดือนมิถุนายน, กรกฏาคม, สิงหาคม, กันยายน หรือ ตุลาคม พวกเขาจะเสียหายประมาณ 170 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 6,888 ล้านบาท ซึ่งเป็นความเสียหายเรื่องความเชื่อมั่นของแฟนฟุตบอลในการเข้ามาดูเกมในสนามและมูลค่าในการจัดการตั๋วเข้าชมการแข่งขันและตั๋วผีเท่านั้น แต่จะได้เม็ดเงินคืนจากการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ รวมทั้งรายได้จาก สปอนเซอร์

นี่คือสาเหตุที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจะ “โมฆะ” ไม่ได้

เพื่อขจัดปัญหาการสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลของ 20 สโมสร ทำให้ พรีเมียร์ลีก, อิงลิชฟุตบอลลีก หรือ อีเอฟแอล และ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพ จึงต้องเจรจาเพื่อหาหนทางลดความเสียหายที่เกิดขึ้นและทั้งหมดเห็นตรงกันว่าการยกเลิกฤดูกาลนี้ หรือการ “โมฆะ” เป็นเรื่องที่ต้องพูดถึงเรื่องสุดท้ายเพราะการสูญเสียมันมากจนไม่มีใครรับผิดชอบไหว

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเดือนมิถุนายน, กรกฏาคม, สิงหาคม, กันยายน หรือ ตุลาคม ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ก็จะต้องเตะให้จบฤดูกาล จะเตะสัปดาห์ละ 4 เกม หรือ จะเตะวันเว้นวัน หรือ จะเตะเดือนเดียว 9 เกม ทั้งหมดก็ต้องทำ

เพราะหนทางเดียวที่จะลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้คือต้องเตะให้จบฤดูกาลเท่านั้น และตัวเลือกที่ดีที่สุด ที่จะทำให้ทุกฝ่ายพอใจตรงกันก็คือ

“ปิดสนามเตะ”

Loafer