Art of Golf ตัวแทนจำหน่าย PXG อย่างเป็นทางการ เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดงานเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุด ยกขบวนมาครบในซีรีย์ 0311 GEN5 ทั้ง ไดรเวอร์, หัวไม้แฟร์เวย์, ไฮบริด และ ชุดเหล็ก รวมถึงเวดจ์รุ่น 0311 Sugar Daddy II ณ สนามธนาซิตี้ คันทรี คลับ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 65 

PXG แบรนด์อุปกรณ์กอล์ฟชั้นนำของโลกจากประเทศสหรัฐฯ ยังคงมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนา สรรหาวัสดุและนวัตกรรมการดีไซน์ที่ดีที่สุด จนได้อุปกรณ์กอล์ฟที่มอบประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมกอล์ฟ ช่วยเพิ่มความสุขให้นักกอล์ฟในทุกแง่มุมแบบไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ดั่งปณิธานของ PXG ที่ว่า “Nobody’s makes golf clubs the way we do. Period.”

การมาถึงของอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2022 All-New GEN5 เป็นอีกครั้งที่ PXG อัพเกรดมาตรฐานการสร้างสรรค์อุปกรณ์กอล์ฟขึ้นไปอีกขั้น ทั้งประสิทธิภาพด้านการให้ระยะที่เพิ่มขึ้น, การชดเชยความผิดพลาด ตีง่าย ให้ผลงานยังคงดี แม้ในช็อตที่ผิดพลาด, เสียงและความรู้สึกที่นักกอล์ฟประทับใจตั้งแต่อิมแพ็คแรก ไปจนถึงสไตล์การออกแบบที่สวยบาดใจจนใครเห็นก็อดไม่ได้ที่จะชายตามอง

คุณธนนท์ พงศ์ธนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์ทออฟกอล์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “ใครได้เห็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ PXG GEN5 แล้วต่างก็รู้สึกว้าว ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยคม สำคัญที่สุดคือประสิทธิภาพดีขึ้นในทุกๆ ด้าน PXG ปรับปรุงจุดด้อยให้ดีขึ้น และพัฒนาจุดเด่นให้ยิ่งแข็งแกร่ง ตัวไหนยังทำระยะได้ไม่ดีก็ทำให้ตีไกลขึ้น เสียงและความรู้สึกยังไม่ใช่ก็พยายามนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ ผมรู้สึกเลยว่า PXG ได้เซ็ทมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอีกแล้วในรุ่น GEN5 ทำให้พวกเขานำหน้าคนอื่นก้าวหนึ่งเสมอ”

สิ่งที่ทำให้ PXG แตกต่างจากแบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์กอล์ฟอื่นๆ คือการทำลายข้อจำกัดด้านการเงินและเวลา กล่าวคือ PXG พยายามเสาะหาวัสดุและเทคโนโลยีการผลิตที่ดีที่สุดโดยไม่สนใจต้นทุนหรืองบประมาณที่ใช้ หรือแม้แต่เงื่อนไขการออกสินค้าใหม่ในทุกๆ ปี ตราบใดที่โมเดลใหม่ยังไม่ได้ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นจากรุ่นก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดย PXG GEN5 เพิ่งเป็นอุปกรณ์รุ่นที่ 5 ที่ออกมานับตั้งแต่แบรนด์ PXG ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2014 ทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ PXG จะมอบประสิทธิภาพสูงสุดให้นักกอล์ฟอย่างแท้จริง

‘ชุดเหล็ก’ คือสินค้าเรือธงที่สร้างชื่อให้ PXG ตั้งแต่วันแรก ซึ่งรุ่นล่าสุด New GEN5 ได้นำเทคโนโลยีวัสดุภายในใบเหล็กแบบใหม่มาใช้ ช่วยให้กลายเป็นชุดเหล็กที่หน้าใบเหล็กบางที่สุดในโลก ให้คุณสมบัติทั้งแรงดีด, ความทรงพลัง และความรู้สึกนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ชุดเหล็กในโลกนี้เคยมีมา

ความลับอยู่ที่นวัตกรรมการสร้างวัสดุภายในใบเหล็กแบบใหม่ซึ่ง PXG เรียกว่า XCOR2 คุณสมบัติเปรียบได้กับสปริงที่ช่วยให้ลูกกอล์ฟดีดเด้งพุ่งออกจากหน้าเหล็กได้รวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว นอกจากนี้ยังใส่เทคโนโลยี Power Channel ซึ่งอยู่ด้านหลังใบเหล็กเข้าไป ช่วยเพิ่มค่าแรงดีด (COR) ทำให้บอลสปีดและระยะไกลยิ่งขึ้น ตลอดจนนำวัสดุทังสเตนเข้ามาใช้ที่ตำแหน่งโคนและปลายใบเหล็กด้านล่าง ช่วยเพิ่มค่า MOI ชดเขยความผิดพลาดได้สูงขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ชุดเหล็ก PXG GEN5 ยังคงใช้เทคโนโลยี Precision Weighting Technology หมุดน้ำหนักแบบปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งมีขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วง (CG) ด้านหลังใบเหล็ก ประโยชน์คือช่วยให้นักกอล์ฟมีทางเลือกในการทำน้ำหนักชุดเหล็กให้เหมาะสมด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีความสะดวกและรวดเร็วเวลาทำฟิตติ้งอีกด้วย

ชุดเหล็ก PXG GEN5 ออกมาด้วยกัน 3 รุ่น ซึ่งมีความแตกต่างกันที่รูปแบบและขนาดของใบเหล็ก ตอบโจทย์นักกอล์ฟแต่ละระดับฝีมือที่มีความคาดหวังต่อชุดเหล็กแตกต่างกัน

· PXG 0311 XP GEN5 (Xtreme Performance) ขนาดใบใหญ่ที่สุด ช่วยชดเชยความผิดพลาดสูงสุด

· PXG 0311 P GEN5 (Players) ใบขนาดกลาง เหมาะสำหรับนักกอล์ฟทุกระดับฝีมือ

· PXG 0311 T GEN5 (Tour) ใบขนาดเล็ก สำหรับนักกอล์ฟฝีมือดี

ชุดเหล็ก PXG GEN5 มีสีเงิน (Chrome) และสีดำ (Xtreme Dark – Black Label Elite) ซึ่งใช้นวัตกรรมการทำสีแบบใหม่ที่เรียกว่า DLC (Diamond-Like Carbon) โดย PXG เป็นแบรนด์กอล์ฟแรกที่นำนวัตกรรม  Black DLC Coating มาใช้ ประโยชน์ที่ได้คือความสวยงามคงทน ดูพรีเมียม ที่สำคัญให้อายุการใช้งานยาวนานกว่าการทำสีแบบ Black PVD ที่แบรนด์อื่นๆ ใช้กัน

นอกจากชุดเหล็กแล้ว PXG GEN5 ยังมีในส่วนของ ไดรเวอร์, แฟร์เวย์ และ ไฮบริด ออกมาพร้อมกันด้วย เริ่มกันที่ไดรเวอร์ ออกมาด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นมาตรฐาน 0311 GEN5 รูปทรงหัวไม้แบบดั้งเดิม หน้าไม้ Deep Face ให้สปินต่ำ และระยะไกลขึ้น ส่วนรุ่น 0311 XF GEN5 (Xtreme Forgiveness) หน้าไม้มีขนาดใหญ่กว่า เพิ่มพื้นที่อิมแพ็คให้มากขึ้น สปินปานกลาง เพื่อชดเชยความผิดพลาดสูงสุด

ไดรเวอร์ PXG GEN5 ทั้งสองรุ่น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีมากมาย ตั้งแต่ หน้าไม้ High-Speed Ti412 ดีไซน์ให้มีความหนาบางแตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง, เทคโนโลยีการทำคาร์บอนไฟเบอร์แบบ Aluminum Vapor, การเลื่อนตำแหน่งหมุดปรับน้ำหนักให้ไปอยู่บริเวณขอบหัวไม้ยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีการปรับองศาที่คอไม้ โดยทั้งสองรุ่นมีค่า MOI ที่สูงกว่ารุ่นที่แล้ว 22-25% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ PXG ยังได้พัฒนาในส่วนของเสียงและความรู้สึก ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักกอล์ฟหลายคนในการเลือกไดรเวอร์ โดยทำการศึกษาและวิเคราะห์ผ่านโปรแกรมเพื่อพัฒนาความรู้สึกและเสียงเวลาอิมแพ็คในแบบที่นักกอล์ฟชื่นชอบมากที่สุด

เช่นเดียวกับไดรเวอร์ ในส่วนของหัวไม้แฟร์เวย์และไฮบริด PXG GEN5 มีสองเวอร์ชั่นคือ รุ่นมาตรฐาน 0311 GEN5 กับ 0311 XF GEN5 (Xtreme Forgiveness) โดยรุ่นมาตรฐานจะให้สปินต่ำกว่า โดยหัวไม้แฟร์เวย์ทั้งสองรุ่นใช้วัสดุด้านบนเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ และ High-Strength AM355 Steel ในส่วนหัวไม้ ขณะที่หน้าไม้เป็น Stainless Steel ที่ช่วยเพิ่มบอลสปีด และนำหมุดถ่วงน้ำหนักมาวางตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วง (CG) เพื่อช่วยเพิ่มการชดเชยความผิดพลาดและระยะไกลขึ้น

ทั้งนี้หัวไม้แฟร์เวย์ในรุ่นมาตรฐาน 0311 GEN5 จะออกแบบฐานด้านล่างให้เรียบกว่ารุ่น XF ที่โค้งมน เพื่อช่วยให้สวิงผ่านพื้นหญ้าได้ไหลลื่นกว่า ป้องกันการตีหลังลูกสำหรับนักกอล์ฟที่มีมุมเข้าบอลค่อนข้างชันเวลาตีหัวไม้แฟร์เวย์ นอกจากนี้ยังเพิ่มค่า MOI การชดเชยความผิดพลาดได้มากกว่ารุ่นก่อนถึง 34-37% เช่นเดียวกับไฮบริด PXG GEN5 ที่ใช้เทคโนโลยีคล้ายคลึงกับหัวไม้แฟร์เวย์ ให้ประสิทธิภาพความแม่นยำ, การชดเชยความผิดพลาด และความสามารถการใช้งานให้นักกอล์ฟในทุกช็อตที่ต้องการ

อนุพงศ์ วงศ์จงใจหาญ Brand Manager, PXG Thailand by Art of Golf กล่าวว่า “เราทราบดีว่าแบรนด์ PXG มีจุดขายเรื่องเทคโนโลยีชุดเหล็ก แต่ครั้งนี้ PXG พร้อมสร้างความประหลาดใจให้นักกอล์ฟในส่วนของหัวไม้ด้วย โดยเฉพาะไดรเวอร์ เราอยากให้ทุกคนได้ลอง หัวไม้ที่ให้ระยะ, บอลสปีด, ประสิทธิภาพ และตำแหน่งการปรับหมุดน้ำหนักที่อยู่ในจุดที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้คุณลักษณะของหัวไม้ได้มากที่สุด”

“PXG พยายามออกแบบอุปกรณ์ทุกชิ้นให้สามารถปรับจูนได้ เพื่อให้เข้ากับลักษณะวงสวิงของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน ช่วยสร้างคาแลคเตอร์ของไม้ให้นักกอล์ฟใช้งานอุปกรณ์ทุกชิ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามสไตล์วงสวิงที่เป็นธรรมชาติของตัวเอง ส่วนเรื่องของการชดเชยความผิดพลาด อุปกรณ์ PXG มีค่า MOI สูงกว่าทุกแบรนด์ในท้องตลาด รวมถึงรูปลักษณ์และความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม”

ท้ายที่สุดเพื่อรับประกันว่านักกอล์ฟทุกท่านจะได้ใช้อุปกรณ์ PXG ที่เข้ากับวงสวิง แนะนำให้ผ่านกระบวนการฟิตติ้งโดย PXG Specialist เพื่อปรับจูน Custom Fit ทุกอย่าง ทั้งในส่วนของการเลือกรุ่น, การทำน้ำหนัก ไปจนถึงการเลือกก้านให้เหมาะสม โดยสามารถเข้ามาใช้บริการ PXG Fitting Experience ได้ที่ร้าน Art of Golf ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

พร้อมกันนี้ PXG ยังได้เปิดตัวเวดจ์รุ่นใหม่ล่าสุด New PXG Sugar Daddy II ประสบการณ์ใหม่ของเวดจ์ที่นักกอล์ฟไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน ดีไซน์อย่างปราณีตเพื่อให้ได้เบาซ์ที่เหมาะสมที่สุด มีประสิทธิภาพความแม่นยำและร่องหน้าเวดจ์ที่ให้สปินสูงสุด ใช้กระบวนการผลิตแบบ CNC Milling 100% โดยออกแบบร่องเต็มหน้าเวดจ์ พร้อมนวัตกรรมการสร้างสรรค์รูปแบบฐานล่างเวดจ์ 2 สไตล์ ทั้งหมดเพื่อพัฒนาเกมการเล่นลูกสั้นให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

สำหรับนักกอล์ฟที่สนใจอุปกรณ์ PXG รุ่นใหม่ล่าสุด GEN5 สามารถเข้ามาสัมผัสได้ที่ร้าน Art of Golf ตั้งอยู่ที่ซอยธนิยะ (สีลม) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 – 19:30 น. ทดสอบและฟิตติ้งกับเครื่อง TrackMan แบบไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมบริการ Custom Fit และบริการหลังการขาย After Sales Service ด้วยอะไหล่แท้ PXG ที่เดียวในเมืองไทย

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวสินค้าใหม่หรือโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ Facebook Fanpage artofgolfshop : www.facebook.com/artofgolfshop, Instagram pxgthailand : www.instagram.com/pxgthailand และ LINE Official Account : @artofgolf