รู้จักกฎ Must Have และ Must Carry ก่อนแฟนบอลไทยลุ้นดูบอลโลก

จนถึงเวลานี้ที่ฟุตบอลโลก 2022 ใกล้จะเปิดฉาก อีกเพียงไม่กี่วัน ก็ยังไม่มีเอกชนรายใดเข้าไปลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด เนื่องจากติดปัญหาในเรื่องของ กฎ มัสต์แฮฟ (Must Have)

และ กฏ มัสต์แฮฟ (Must Have) และ มัสต์แคร์รี่ ( Must Carry ) คืออะไร และเป็นอุปสรรค ในการที่ทำให้เป็นอุปสรรคในการถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬาต่างๆ อย่างไร 

กฎ มัสต์แฮฟ (Must Have) หรือ หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สําคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะทางฟรีทีวี ประกาศนี้ออกมาปี 2555 หรือปี 2012 ก่อนฟุตบอลโลก 2014 โดยออกมาเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงเนื้อหารายการโทรทัศน์ได้อย่างเท่าเทียม โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.  ระบุว่า 7 มหกรรมกีฬาที่คนไทยต้องดูฟรี ประกอบด้วย กีฬาซีเกมส์, อาเซียนพาราเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์, เอเชี่ยนพาราเกมส์, โอลิมปิกเกมส์, พาราลิมปิกเกมส์ และฟุตบอลโลก 

โดยผู้ที่ซื้อลิขสิทธิ์เกี่ยวกับกีฬา 7 มหกรรมที่จะนำมาเผยแพร่ในประเทศจะต้องปฏิบัติตามภายใต้สภาพบังคับทางกฎหมายดังกล่าวด้วย พร้อมกับต้องแจ้งเจ้าของลิขสิทธิ์ในต่างประเทศทราบว่ามีระเบียบดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีผลต่อการละเมิดลิขสิทธิ์

กฎ มัสต์แคร์รี่ ( Must Carry ) หรือ หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป ที่ออกมาพร้อมกฎ มัสต์แฮฟ (Must Have) โดยบังคับให้แพลตฟอร์มบริการโทรทัศน์ทุกราย ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. นำช่องฟรีทีวี ไปออกอากาศในทุกช่องทาง ทั้งทางเสาอากาศ จานดาวเทียม เคเบิ้ลทีวี และช่องทางออนไลน์ โดยต้องออกอากาศต่อเนื่องตามผังรายการของแต่ละสถานี ไม่มีจอดำเกิดขึ้นในบางรายการ  โดยไม่สามารถดัดแปลงหรือทำซ้ำได้ เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนสามารถรับชมการเผยแพร่กีฬาที่สำคัญของโลกได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

โดยสถานะการณ์ตอนนี้ กสทช. ได้ถอด ฟุตบอลโลก ออกจาก Must Have – Must Carry แล้ว โดยอาจจะมีการพิจารณานำเข้าไปอีกครั้ง หาก “ทีมชาติไทย” ได้ไปแข่งขัน ฟุตบอลโลก ในอนาคต