เปิดแผนงานเตรียมทีมชาติไทย ทุกชุด ก่อนเข้าร่วมแข่งขันทัวร์นาเมนท์ระดับนานาชาติปฏิทินการแข่งขันปี 2565-2566
………………………..
พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงแผนการเตรียมทีมชาติไทย ทุกชุดเพื่อให้นักกีฬาทีมชาติไทยมีความพร้อมมากที่สุด ก่อนเข้าร่วมแข่งขันทัวร์นาเมนท์ระดับนานาชาติที่จะเกิดขึ้นในช่วงปฏิทินการแข่งขันปี 2565-2566

ทีมชาติไทยชายชุดใหญ่

การเตรียมทีมของ ทีมชาติไทยชาย ชุดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมี มาโน่ โพลกิ้ง ทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอน จะมีโปรแกรมเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลรายการเอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คัพ 2022 ระหว่าง วันที่ 20 ธันวาคม 2565 ถึง 16 มกราคม 2566 ซึ่งทีมชาติไทย อยู่ในสาย A ร่วมกับ ฟิลิปปินส์, อินโดนิเซีย และ กัมพูชา

“โดยตามแผนงานที่ฝ่ายเทคนิคและทีมชาติ ได้หารือกับ มาโน่ โพลกิ้ง จะมีเกมอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมความพร้อม2 เกม ในช่วงก่อนเข้าทัวนาเมนต์ ระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน ถึง 18 ธันวาคม ซึ่งขณะนี้รอการตอบรับอย่างเป็นทางการและจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง”

ทีมฟุตบอลชายรุ่นอายุไม่เกิน23ปี

หลังจากสภากรรมการมีมติเห็นชอบ มอบหมายให้คุณยุทธนา หยิมการุณ อุปนายกสมาคมฯ เป็นผู้เข้ามาช่วยกำกับดูแล และอยู่ในช่วงคัดเลือกหัวหน้าผู้ฝึกสอน เข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งคาดว่าจะประกาศรายชื่อหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมงานและเริ่มงานตามแผนงานเร็วๆ นี้

โดยแผนงานของรุ่นอายุ ไม่เกิน 23 ปี นั้น วางแผนที่จะเรียกเก็บตัวครั้งแรกในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนธันวาคม 2565 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันภายใต้ปฏิทินปี 2566-2567 โดยเป็นโรดแมปในการเตรียมทีมต่อเนื่องเพื่อผ่านเข้าสู่ เอเอฟซี เอเชียนคัพ U23 ที่กาต้าร์ให้ได้ โดยรายการดังกล่าวที่ใช้เป็นการคัดตัวแทนเอเชีย สู่ โอลิมปิก ที่กรุงปารีส ซึ่งเมื่อจบทัวนาเมนต์ในปร 2024 ลงแล้ว นักฟุตบอลรุ่นนี้ก็จะจบภารกิจในรุ่นอายุของตนเอง และเตรียมพร้อมก้าวขึ้นสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ต่อไป

โดยสมาคมฯจะผลักดันให้ช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนมีนาคม 2566 เป็นการเข้าร่วมทัวนาเมนต์ในต่างประเทศ เพื่อเตรียมทีมให้พร้อม สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชายในมหกรรมซีเกมส์ ที่จะเริ่มแข่งขันในวันที่ 5-16 พฤษภาคม 2566

เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ในการเตรียมเข้าแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี เอเชียนคัพ U23 รอบคัดเลือก ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 4-12 กันยายน 2566 ก็จะมีการฝึกซ้อมในช่วงฟีฟ่าเดย์ทุกครั้ง และพร้อมสำหรับการลุยศึก เอเชียน เกมส์ ที่เมืองหังโจว ประเทศจีน ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 8 ตุลาคม 2566 ต่อไป

ทีมฟุตบอลชายรุ่นอายุไม่เกิน17ปี

หลังจากทราบผลว่าเราผ่านเข้ารอบฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รอบสุดท้าย ฝ่ายเทคนิคและทีมชาติได้ พิภพ อ่อนโม้ ได้มีการแบ่งงานให้กับทีมสตาฟฟ์ ติดตามผลงานการเล่นของนักเตะที่อยู่ในข่าย นอกจากนี้ยังมีการเรียกนักเตะเข้าแคมป์เก็บตัว 2 รอบ เพื่อดูผู้เล่นหน้าใหม่ ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2566

โดยมีแผนเรียกนักกีฬาเข้าแคมป์เก็บตัวอีกครั้ง ในช่วงเดือนมีนาคม และแคมป์ก่อนเข้าทัวร์นาเมนต์ 2 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ยังอยู่ระหว่างการคัดเลือกชาติเจ้าภาพ ซึ่งในช่วงที่เดินทางไปทำการประชุมสภากรรมการของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย เมื่อวันที่ 16-17 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้มอบหมายให้เลขาธิการและรองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ ศึกษาข้อกำหนดในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพว่าเรามีความพร้อมในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพหรือไม่ เนื่องจากเกณฑ์ขั้นต่ำของการเป็นเจ้าภาพรอบสุดท้ายของเอเอฟซีเอง ก็ต้องยอมรับว่าสูงขึ้นกว่าเดิม

ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดใหญ่

เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่น มิโยะ โอกาโมโตะ มีการเรียกนักเตะเข้าแคมป์ก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนท์อย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันในรอบเพลย์ออฟ 2023 FIFA World Cup Qualification Inter Confederation ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 โดยไทยจะพบกับทีมชาติแคเมรูน ในนัดแรก

โดยเริ่มจากในวันที่ 20 ตุลาคม – 8 พฤศจิกายน จะเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลีย เพื่อทำการเก็บตัวฝึกซ้อม และอุ่นเครื่องกับทีมชาติออสเตรเลีย อย่างเป็นทางการ 2 นัด และกับทีมสโมสรหญิงอีก 1 นัด

จากนั้นในเดือนธันวาคม สมาคมฯ ได้ประสานงานกับสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นภายใต้โครงการความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งทีมชาติหญิงไปเก็บตัวที่ศูนย์ฝึกฟุตบอล เจกรีน ซาไก เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 18-28 กันยายน 2565 โดยทางสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนอย่างเต็มที่ในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้โค้ชมิโยะได้ฝึกซ้อมในสภาพแวดล้อมที่พร้อมและสามารถอุ่นเครื่องกับทีมในประเทศญี่ปุ่นอีก 3 นัด

ทั้งนี้ สมาคมฯ โดยฝ่ายเทคนิคและทีมชาติไทย พร้อมดำเนินการตามแผนของหัวหน้าผู้ฝึกสอน และตระหนักดีถึงความสำคัญในการเตรียมทีมให้มีความพร้อมมากที่สุด ก่อนพบกับ ทีมชาติแคเมอรูน หาผู้ชนะไปพบกับ ทีมชาติโปรตุเกส เพื่อหาทีมไปฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก โดยจะมีการแข่งขันในวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ประเทศนิวซีเเลนด์ 2023

ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดเยาวชน

U16

สมาคมมีแผนพัฒนานักกีฬาในระดับเยาวชนเพื่อก้าวสู้ทีมชาติไทยชุดใหญ่จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งนอกจากฟุตบอลลีกหญิงอาชีพที่จบลงไปแล้ว ล่าสุด ฝ่ายพัฒนาฟุตบอลหญิง และฝ่ายจัดการแข่งขัน ร่วมมือกับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จัดทัวร์นาเมนต์ FA THAILAND G16 POWER CUP 2022 ขึ้นที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อให้ผู้เล่นในรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี มีการแข่งขันรองรับที่มากขึ้นในทุกปี

ส่วน แผนงานของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ภายใต้การดูแลของ นฤพล แก่นสน หัวหน้าผู้ฝึกสอน ที่ผ่านมาก็ได้มีการเรียกนักเตะเข้าแคมป์ฝึกซ้อมต่อเนื่อง ครั้งแรกในช่วง 4-12 เมษายน 2565 และเข้าเเคมป์เก็บตัวช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-22 พฤษภาคม 2565

จากนั้น ได้มีการเรียกเข้าเเคมป์เก็บตัวช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 20-30 มิถุนายน 2565 และอีกครั้งในช่วงวันที่ 12 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม 2565 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี แต่เนื่องจากทาง สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ไม่สามารถหาเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันได้จึงยังไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามในระหว่างการหาเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี มีแผนเก็บตัวอีกครั้ง ในช่วงต้นปี 2566 ระหว่างวันที่ 16 – 22 มีนาคม 2566 และเข้าเเคมป์เก็บตัวช่วงที่ 2 ระหว่าง 1 – 21 เมษายน 2566 เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 22-30 เมษายน 2566 โดยจะมีการจับสลากแบ่งสายและเลือกเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565

U20

ขณะเดียวกัน ในรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี สมาคมฯได้เสนอตัวและได้รับการยืนยันการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รอบคัดเลือก

โดยทีมชาติไทยจะมีแผนเก็บตัวอีกครั้ง ในช่วงต้นปี 2566 ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2566 ก่อนที่จะเข้าสู่การแข่งขัน ระหว่างวันที่ 4-12 มีนาคม 2566 โดยจะมีการจับสลากแบ่งสายและเลือกเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565

ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ

จากการที่ได้เห็นการพัฒนาด้านสิ่งปลูกสร้างขั้นพื้นฐานของฟุตบอล ในประเทศต่างๆ ของทวีปเอเชีย หรือ ภูมิภาคอาเซียนแล้ว ในฐานะนายกสมาคมฯ ต้องยอมรับว่า เรายังต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในด้านที่ดินเพื่อปลูกสร้างศูนย์ที่ทันสมัย แม้ว่าสมาคมฯ ได้ดำเนินการและสำรวจไปหลายพื้นที่แล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังต้องรอการอนุมัติ ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าแผนงาน โครงการ รูปแบบ ได้ทำไปล่วงหน้าแล้วก็ตาม

ที่ผ่านมาสมาคมฯ มีศูนย์พัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่มีสนามซ้อม 3 สนาม ก็ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งการเก็บตัวนักกีฬาทีมชาติไทย การจัดรายการแข่งขันยุวชน ฟุตบอลเยาวชนทั้งชายและหญิง เป็นสถานที่ฝึกภาคปฏิบัติของผู้ตัดสิน และและจัดคอร์สอบรมผู้ฝึกสอน แต่ก็ยังเป็นสถานที่ที่มีขนาดจำกัด ไม่เพียงพอต่อการรองรับการฝึกซ้อมให้กับทุกชุด หรือ ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกและความเป็นส่วนตัว

ขอเรียนว่า สมาคมฯ โดยฝ่ายเทคนิคและทีมชาติไทย ฝ่ายพัฒนาฟุตบอลหญิง ฟุตซอล ฟุตบอลชายหาด ยังตั้งมั่น ตั้งใจในการพัฒนา และตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมทีมชาติทุกชุดให้มีความพร้อมมากที่สุดแม้ว่าจะมีข้อจำกัดในบางครั้ง และเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ ต่อไป ขอบคุณครับ